วันพุธที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2553

กล้ามปีกหลังตัววี

หลายคนรู้ไหมคับว่า การเล่นกล้ามปีกหลังมีความสำคัญอย่างมาก ที่ช่วยให้หุ่นคนดูเป็นรูปตัววี เหมือนอย่างนายแบบ ที่มีร่างกายช่วงบน ผายใหญ่แผ่ออกและคอดเล็กลงเมื่อมาถึงเอว นี่ละเป็นเหตุผลว่าทำไม เราถึงต้องเล่นกล้ามปีกหลังกัน คนส่วนใหญ่มักเล่นแต่อกและแขน เพราะมองเห็นง่าย นอกจากนี้กล้ามปีกหลัง ยังเป็นมัดกล้ามเนื้อที่ค่อนข้าง มีหลายกลุ่มมัด ซึ่งคนส่วนใหญ่ไม่ค่อยสนใจ เพราะมองจากด้านหน้าไม่ค่อยเห็น แต่ถ้าเราเล่นแล้วนะคับ คนที่มองจากด้านหลังจะรู้ได้ทันที ถึงความหนาตัน ของกล้ามเนื้อหลัง ที่มีร่องกล้ามมากมาย และท่าเล่นอันหลากหลาย ของ กล้ามปีก ซึ่งมีหลายท่ามากครับ ท่าเล่นต่อไปนี้จะเป็นท่าบริหารกล้ามมาตราฐาน ที่เล่นกันบ่อย เราสามารถฝึกเองได้ ครับ
ท่าเล่นกล้าม chin Up สามารถทำได้ง่ายๆ ไม่ต้องมีอุปกรณ์ โหนกับคานประตู หรือ ต้นไม้ได้







ท่าเล่นกล้าม Reverse Grip Lat Pull Down เป็นท่าที่ต้องเล่นกับเครื่องเคเบิ้ล สามารถเพิ่มน้ำหนักได้ ในโรงยิม หรือฟิตเนสทั่วไปจะมี











ท่าเล่นกล้าม Reverse Pull Up ท่านี้โหนเหมือนกัน แต่วิธีการจับมือ คือหงายมือ สังเกตที่ขา ต้องไขว้กันไว้จะได้นิ่งไม่แกว่ง และจะมีแรงมากขึ้นคับ









ท่าเล่นกล้าม Deadlift ท่านี้จะสร้างความแข็งแกร่ง หลังด้านล่าง ช่วยในการยกเหล็กในท่าต่างๆได้หนักยิ่งขึ้น ใครที่ปวดหลัง ท่านี้จะเป็นตัวซ่อมแซมได้ดี นักกายภาพบำบัด ก็จะแนะนำให้เล่นท่านี้เสมอ












ท่าเล่นกล้าม One Arm Dumbell Row ท่านี้ให้ทำทีละข้าง เริ่มจากน้ำหนักที่เบาก่อน
















ท่าเล่นกล้าม Machine Pull Row ท่านี้เพิ่มความหนาของหลังได้ดี เป็นอีกท่าที่มีความจำเป็นมาก















ท่าเล่นกล้าม T-Bar Row ในกรณีที่ บ้านไม่มี T-barสามารถดัดแปลง เอาบาเบลมายกข้างเดียวได้ จะได้วิธีแบบเดียวกัน เป็นการสร้างความหนาของแผ่นหลังได้ดีทีเดียว

วันอังคารที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2553

ผลร้ายสเตอรอยด์

ในแวดวงนักกีฬาหลายประเภท ซึ่งรวมไปถึงกีฬาเพาะกายและฟิตเนสนั้น ต้องยอมรับว่า ในอดีตที่ผ่านมามีการใช้ สเตอรอยด์กันอย่างแพร่หลาย ซึ่งเรามักจะเรียกกันคุ้นหูว่า ยาโด๊ป
นั่นเป็นเพราะ สเตอรอยด์ หรือยาโด๊ป ช่วยขยายกล้ามเนื้อให้มีขนาดใหญ่โต และแข็งแกร่งขึ้น ร่างกายมีความอดทนต่อความเหนื่อยล้ามากยิ่งขึ้น ในยุคะนึงมีนักกีฬา หลายคนหลงเข้าใจผิด คิดว่ายาจะช่วยทำให้เป็นซุปเปอร์ฮีโร่ สามารถพิชิตชัยชนะ จริงๆแล้วสเตอรอยด์นำมาใช้กับผู้ป่วย ที่บาดเจ็บจากที่ร่างกาย ต้องการพักฟื้นใช้แล้วจะมีการคืนตัว และฟื้นอย่างรวดเร็ว
สำหรับในการแข่งขันเพาะกาย นักกีฬา ที่อยากจะติด 1 ใน5 ของตำแหน่งมักจะใช้กัน แต่ด้วยที่กลัวและคิดว่า คู่แข่งจะชนะตน เลยใช้สเตอรอยด์ในปริมาณที่มากกว่าปกติ ร่างกายจึงมีขนาดผิดมนุษย์ สามารถเล่นน้ำหนักได้ในปริมาณ ที่คนปกติทำได้ ขนาดได้มีการตรวจโด๊ป โดยกฎของสมาพันธ์เพาะกาย ก่อนนักกีฬาจะขึ้นแข่ง เพื่อป้องกันและปราบปราม การใช้ที่มากเกินไป ก็ได้หาเกรงกลัวต่ออันตรายที่จะเกิดกับตนเองไม่ สเตอรอยด์ จะมีมากมาย ทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ มีทั้งกินแบบเม็ดและแบบฉีด และหลากหลายยี่ห้อ
ในปัจจุบัน มีชายหนุ่มจำนวนมาก ที่เพิ่งเล่นกล้ามได้ไม่กี่วัน กล้ามเนื้อไม่ทันโต ก็ถามหายาเร่งกล้ามกันแล้ว โดยไม่ทราบภัยร้ายของยาที่มีโทษมหันเหลือเกิน หากกินเกินขนาดและไม่ได้อยู่ในความควบคุมของผู้เชี่ยวชาญ อาจเกิดอันตราย ถึงชีวิตได้ อย่างที่มีตัวอย่างแล้วในต่างประเทศ คือนักเพาะกายที่อดน้ำเยอะและใช้ยาเยอะ ,ส่วนนักมวยปล้ำที่มี ชื่อเสียงอีกคน ที่เคยเป็นข่าว ก็ใช้ยา จนหัวใจล้มเหลว เพราะการใช้ยา จะมีความดันสูง ,สำหรับในไทย ถ้าไม่เอ๋ยคงจะไม่เชื่อมีนักเพาะกายไทย ที่แข่งเสร็จ หลังจากนั้น ก็เข้าโปรแกรมเพิ่มกล้ามตามปกติ แต่ด้วยการกินและเพิ่มกล้ามแบบทวีคูณ จึงได้ประสบกับระบบหัวใจ............
เราลองมาดูข้อเสียกันบ้างเมื่อใช้สเตอรอยด์
1 จิตใจและอารมแปรปรวน (โหดเหี้ยม)
2 ความต้องการทางเพศจะลดลง จนถึงขั้นหมดสภาพ
3 อัณฑะของนักเพาะกายจะฝ่อลง
4 เส้นผมร่วงเบาบางลง (หัวล้าน)
5 กระดูกจะเปราะบาง จะเห็นได้ว่านักเพาะกายต้องกินแคลเซียมปริมาณสูงป้องกันไว้
6 โรคไขข้ออักเสบเกิดขึ้นง่ายๆ
7 การทำงานของตับจะหมดประสิทธิภาพ เพราะต้องกรองของเสียตลอด
8 ในชาย ใช้ปริมาณมาก หัวนมจะปูด จนเห็นได้ชัด /ในเพศหญิง เมื่อใช้คลิสตอริส จะใหญ่รักษาไม่หาย
9 มีผลทำให้หัวใจวายตายได้ ดังที่มีข่าวตลอด
การที่เราจะมีกล้ามสวยงามได้ โดยปลอดภัยปราศจากยา หรือว่าจะเป็นนักกล้ามที่ใช้ยาเพื่อมุ่งหวังชัยชนะ แล้วจะคุ้มไหมกับตำแหน่งที่ได้มาและอีก 10-20 ปีข้างหน้าร่างกายที่เคยใช้ยาจะเริ่มส่ออาการขึ้นมาให้เห็นเรื่อยๆ ผมได้นำข้อมูล เวปสเตอรอยด์ ทั้งไทยและต่างประเทศมาให้เพื่อนๆได้ศึกษาด้วยลองคลิกดู

วันพฤหัสบดีที่ 8 เมษายน พ.ศ. 2553

เมื่อหิวระหว่างมื้อ




ในระหว่างมื้อเราจะรู้สึกหิว แทนที่คุณจะกินขนมขบเคี้ยวสักเล็กน้อย หรือกินแซนวิชชิ้นเล็กๆ คนที่สร้างกล้ามที่พอมีเวลาจะเตรียมเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของโปรตีน ที่ส่วนใหญ่มักเรียก เวย์ โปรตีน ซึ่งสามารถเตรียมได้อย่างง่ายๆดังนี้



- นำผง เวย์ โปรตีน มาผสมให้เข้ากับน้ำธรรมดาหรือน้ำเย็น ในบางท่านอยากเพิ่มความอร่อยอาจผสมน้ำผลไม้รวม น้ำส้มสด หรือน้ำลูกพรุนก็ได้ ทั้งนี้การดื่มเวย์นี้จะช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้กล้ามเนื้อเจริญเติบโตเร็วกว่าเพื่อน และทำให้อิ่มท้องไม่หิว

- ในบางคนที่มีงบหน่อย จะกินเสริมพวก บีซีเอเอ เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อไว้เพราะร่างกายมีการใช้พลังงานตลอด หากเรากินไม่เพียงพอร่างกาย จะดึงเอาสารอาหารจากในมวลกล้ามเนื้อมาใช้ แทนที่จะเป็นไขมัน ดังนั้นไขมันยังอยู่ แต่กล้ามเนื้อจะลด
- นอกจาก เวย์ โปรตีน แล้ว อาหารที่เป็นตัวทดแทนได้ระหว่างมื้อคือ นมสดดีๆนี่เอง ที่เลือกให้ถูกกับ หุ่นแต่ละคน ซึ่งถ้าคุณผอมอยู่แล้วอยากเพิ่มน้ำหนัก ก็เลือกนมสดปกติ แต่ถ้าร่างกายดูอวบๆไปและเจ้าเนื้อมีไขมันให้เลือก นมสดพร่องมันเนยคับ
- วิธีดื่มทั่วๆไป จะแนะว่าให้ดื่มก่อนเล่น 1 ชั่วโมงและหลังเล่นทันที แต่สำหรับผม ได้ทดลองมากับตัวเองจะพบว่า ร่างกายเรามีการเผาผลาญใช้พลังงานตลอด ในกรณีที่คุณ เล่นกล้ามมาหนักและค่อนข้างมีกล้ามมากจะหิวบ่อย ต้องดื่มระหว่างมื้อดังนี้ 9.00-15.00-ก่อนนอน คับ ดื่ม เวย์ โปรตีน ดีที่สุด เติบโตเร็วที่สุดครับ

วันอาทิตย์ที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2553

เร่งสร้างกล้ามเพียง60วัน


หากคุณต้องการสร้างกล้ามเนื้อให้เห็นผลทันใจ โดยอาจจะกินเวลาเพียง 4 เดือน หรือ 1 ปี ในขณะที่เพื่อนๆอาจจะต้องใช้เวลา3-5ปี จึงจะมีกล้ามแน่นๆ น่ามอง โดยที่ไม่ต้องฝืนร่างกายให้โหม ฝึกหนัก ซึ่งจะก่อให้เกิดอันตรายได้ มีเคล็ดลับบางประการที่ช่วยบ่มเพาะกล้ามเนื้อให้แข็งแรงขึ้น โดยใช้ระยะในการฝึกเท่าเดิมโดยการเพิ่มความเข้มข้นในระดับน้ำหนักของการบริหาร ด้วยวิธีง่ายๆ ซึ่งคุณสามารถทำได้ด้วยตนเองดังนี้
1 บริหารด้วยจำนวนรอบคงเดิม แต่เพิ่มน้ำหนักให้มากยิ่งขึ้น หากคุณพยายามบริหารจนครบรอบเช่นเดียวกับการฝึกในครั้งก่อนๆ ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มมากขึ้น ก็จะเห็นผลเร็วเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
2 เลือกน้ำหนัก ที่ใช้ในการบริหารเท่าเดิม แต่เพิ่มจำนวนรอบให้มากกว่าปกติ ก็นับเป็นทางลัดที่ต้องใช้เวลาและความอดทน อย่างสูงแต่ให้ผลดีเช่นเดียวกัน
3 ใช้น้ำหนักเท่าเดิม แต่เกร็งกล้ามเนื้อให้มากขึ้น และนานกว่าปกติอีกด้วย คือเกร็งตั้งแต่เริ่มท่าบริหาร และเกร็งค้างไว้ให้นานกว่าเดิมในช่วงที่กล้ามเนื้อหดตัว เมื่อฝึกบ่อยๆ ระยะเวลาในการหด ตัวของกล้ามเนื้อจะเพิ่มมากขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อขยายตัวได้เร็วยิ่งขึ้น
ทั้งสามวิธีข้างต้นเป็นหนทางลัดที่ช่วยใหคุณได้มีโอกาสเป็นเจ้าของมัดกล้ามแกร่งแน่นได้เร็วยิ่งขึ้นกว่าการฝึกแบบปกติ ซึ่งต้องใช้เวลานาน แต่สิ่งหนึ่งที่คุณไม่ควรมองข้ามแม้แต่น้อยคือ ทุกครั้งที่คุณบริหารนผ่านความเมื่อยล้าอ่อนเพลียจนแทบทรุดไปแล้ว คุณต้องการสร้างกล้ามเนื้อได้เร็วเท่าไร กล้ามเนื้อภายหลังจากการฝึกจนผ่านจุดล้าไปแล้วก็ยิ่งฟื้นตัวได้ช้ามากขึ้นเท่านั้น พึงคำนึงไว้เสมอว่าสภาพร่างกายของคนเรามิใช่เครื่องจักร จึงจำเป็นต้องถนอมและดูแลไม่ให้ร่างกายหักโหมจนเกินควร

วันศุกร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2553

กล้ามหน้าแขนทรงพลัง

กล้ามเนื้อหน้าแขน (Bicep)เป็นกล้ามเนื้อหน้าแขนที่คนส่วนใหญ่มักชอบเล่นเสมอ เพราะง่าย และยังเป็นจุดเด่น เวลาเดินผ่านจะสังเกตเห็นง่าย พอๆกับกล้ามอก คนจึงมักชอบเล่นเสมอ มีหลากหลายท่าดังนี้
Alternate Dumbell Curl














Concentrate Curl


















Preacher Curl















Standing Barbell Curl
















Standing Dumbell Curl



















Incline Dumbell Curl




























วันพฤหัสบดีที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2553

กล้ามไม่ปวดไม่มีทางโต


No Pain No Gain - ไม่เจ็บก็ไม่โตซึ่งหมายความว่า หากไม่ฝึกจนถึงขั้นเจ็บปวดก็จะไม่สามารถกระตุ้นให้ กล้ามเนื้อเจริญเติบโตได้
ที่จริงแล้วกล้ามเนื้อของเราจะมีขีดจำกัดตามขนาดของพื้นที่ เมื่อเรา ใช้กำลังจากกล้ามเนื้ออย่างต่อเนื่อง ร่างกายจะกระตุ้นให้มีการสร้างกรดแลคติก มากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งก่อให้เกิดอาการปวดล้ากล้ามเนื้อ จนถึงขั้นที่ไม่สามารถฝึก ต่อไปได้ ซึ่งเป็นสัญญาณบอกว่ากล้ามเนื้อกำลังจะหมดพลังงาน ดังนั้นหาก สามารถฝืนฝึกต่อไปก็เท่ากับเป็นการกระตุ้นให้กล้ามเนื้อทำงานมากขึ้นเกินขีด ความสามารถ ซึ่งจะก่อให้เกิดทั้งผลดีและผลเสีย

ผลดี จากการฝึกจนถึงขั้นเลยขีดจำกัดของกล้ามเนื้อ จะกระตุ้นกล้ามเนื้อให้มีการพัฒนา ในด้านความทนทานและเพิ่มพลังงานโดยการเพิ่มพื้นที่เก็บพลังงานในกล้ามเนื้อ ซึ่งก็คือ การขยายขนาดของกล้ามเนื้อนั่นเอง
ผลเสีย จากการฝึกจนถึงขั้นเลยขีดจำกัดของกล้ามเนื้อ อาจเกิดได้จากการฝึกที่หนัก เกินไปจนถึงขั้นกล้ามเนื้อถูกทำลายซึ่งเราเรียกการฝึกแบบนี้ว่า Over training ซึ่งจะก่อให้เกิด ผลเสียต่อกล้ามเนื้อ ได้แก่ อาการปวดกล้ามเนื้ออย่างรุนแรง เป็นหวัด กล้ามเนื้ออ่อนแอไม่ตึงตัว นอนไม่หลับ และหากยังฝึกต่อไปก็จะทำให้กล้ามเนื้อเติบโตได้ยากขึ้นหรือเรียกว่า ภาวะกล้ามเนื้อเกร็น
ซึ่งจำเป็นต้องหยุดพักอย่างน้อย 1 สัปดาห์ ก่อนที่จะปรับลดการฝึกลง ซึ่งบางคนไม่สามารถทราบว่าตนฝึกหนักเกินไป เนื่องจากการที่เคยฝึกหนักจนชินและทำให้กล้ามเนื้อเกิดภาวะกล้ามเนื้อเกร็นมากขึ้นเรื่อยๆ
ดังนั้นการสร้างกล้ามเนื้อจึงจำเป็นต้องทราบถึงการฝึกว่า การฝึก เบาเกินไปจะไม่สามารถกระตุ้นให้กล้ามเนื้อเจริญเติบโตได้ การฝึกหนักเกินไปก็จะเป็นการทำลายกล้ามเนื้อมากกว่าการกระตุ้น การฝึกหนักแต่ไม่มากเกินไปจะเป็นการกระตุ้นกล้ามเนื้อได้ดีที่สุด

โดยปกติการกระตุ้นกล้ามเนื้อที่ดีถูกแบ่งออกเป็นหลายวิธี เช่น การเพิ่มจำนวนครั้ง จำนวนเซ็ท หรือใช้เทคนิคต่างๆ ในการฝึก รวมทั้งการลดเวลาหยุดพักระหว่างเซ็ทลงด้วย ซึ่งทั้งหมดจะเป็นการฝึกจนถึงขั้นเลยจุดหมดแรงเพียง 2-3 ครั้งเท่านั้นและจะฝึกเพียงท่าละ 3-6 เซ็ท และรวมเวลาไม่เกินวันละ 2 ชั่วโมง ซึ่งจะไม่ทำให้ฝึกหนักเกินไป

สำหรับผู้ที่เคยฝึกจนถึงขั้นอาการเจ็บปวดมาก สามารถใช้อาหารเสริม และลดการฝึกลงเพื่อกระตุ้นให้กล้ามเนื้อมีการซ่อมแซมตัวเองได้ดีมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะทำการสร้างกล้ามเนื้อต่อๆ ไป อาหารเสริมกลุ่มดังกล่าวได้แก่
กลูโคซามีน (Glucosamine) สำหรับลดอาการปวดข้อ และข้ออักเสบ
บีซีเอเอ เป็นกรดอมิโนจำเป็นที่ร่างกายสร้างเองไม่ได้ ช่วยรักษาปริมาณกล้ามไว้
เวย์โปรตีน ช่วยในการสร้างมัดกล้ามเนื้อให้มีปริมาณมากขึ้น เนื่องจากการกินอาหารประจำวัน ปริมาณโปรตีนไม่พอและน้อยเกินไป
ครีเอทีน โมโนไฮเดรต ช่วยเพิ่มพละกำลังงานให้กล้ามเนื้อและช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว
วิตามินรวมและแคลเซียม ช่วยในขบวนการซ่อมแซมเนื้อเยื่อและสร้างมูลกระดูก

ไม่อยากทำคาดิโอได้ไหม



หลายคนชอบเล่นกล้ามไม่อยากทำ คาดิโอ และมักถามเสมอ ว่าไม่ทำได้หรือเปล่า
บทความนี้จะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับท่านที่ไม่อยากทำ
หากท่านอยากฟิตและเฟริ์มโดยเฉพาะอยากมีกล้ามหน้าท้องที่สวยได้รูปแล้ว ควรที่จะต้องทำ คาดิโอ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะผลจากการศึกษาหลายฉบับ หลายชิ้นงานในต่างประเทศ พิสูจน์แล้วว่า
การออกกำลังกาย แบบคาดิโอ เพียง ช่วงสั้นๆ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ ช่วยให้สุขภาพหัวใจคุณดีขึ้น หลอดเลือดขยายตัว ทำให้ไม่ก่อให้เกิดโรค ไขมันในเส้นเลือดอุดตัน ที่เขาเรียกกันว่า


คลอเรสเตอรอล และเหตุผลสุดท้ายคือ หากท่านเล่นแต่กล้ามท้องท่านได้กล้ามท้องที่แข็งแกร่งโดยที่มีไขมันปกคลุมหน้าท้อง ทางเดียวคือการทำคาดิโอครับ




คาดิโอ เวิร์คเอาต์เพื่อประโยชน์สูงสุด

· เน้นการออกกำลังกายค่อนข้างหนัก แต่ใช้เวลาไม่นานนัก เช่นการเล่นแบบสลับช่วงหรือหนักสลับเบา ( Interval Training) ในวันที่คุณไม่ได้เล่นเวท ให้ออกกำลังเต็มที่ ชนิดเกือบสุดแรงติดต่อกัน 30-45 นาที แล้วตามด้วย ช่วงผ่อนแรงหรือ ฟื้นตัวนาน 2-3 เท่า ของช่วงที่ออกแรง ทำในลักษณะเซทแบบเดียว กับที่คุณเล่นเวท




· คงน่าเบื่อแย่มากๆ ถ้าการคาดิโอมีแต่วิ่ง และก็วิ่ง ลองเปลี่ยนไปเล่นเครื่องคาดิโออื่นๆ ที่สามารถออกกำลังกายได้หลายส่วนของร่างกาย โดยใช้เวลาประมาณ 30-40 นาที เช่น ลู่เดินกึ่งสเต๊ป ( Elliptical Training) เครื่องนี้ช่วยให้กล้ามเนื้อหลักๆ ได้ออกแรง และรักษาสมดุลของร่างกาย ลองเดิน ใ


ห้ช้าลง แต่เพิ่มแรงต้านเข้าไป จะได้ออกแรงมากขึ้น ช่วยเผาผลาญไขมันได้มากขึ้นอีกต่างหาก จักรยานปั่นอยู่กับที่ (Stationnary Bike)ควรปั่นสลับหนักเบา เช่น ปั่นเร็ว 2-3 นาที ช้า 3 นาที ทำสลับติดต่อกัน 15 นาที หรือจะเป็น เครื่อง
กรรเชียงบก (Roeing Machine) ใช้วิธีนับจังหวะแบบเต้นรำเช่น 1-2-3 และ 3-2-1 ตอนนับหนึ่งให้ออกแรงดันที่ขานับสอง เอนตัวไปข้างหน้า และนับสาม ดึงแขนเข้ามาหาตัวเพื่อหมุนวงล้อจากนั้นทำสลับกัน นับสาม ยึดแขนออกไป นับสอง เอนตัวไปข้างหน้า และนับหนึ่ง งอขากลับสู่ท่าเริ่มต้น

วันพุธที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2553

เส้นเลือดปูดเวลาเล่นเวท



ทำไมเส้นเลือดปูดคนเราถึงต้องปูดตอนเล่นเวท
หลายท่านอาจพอใจขณะเวลาเล่นกล้ามเพราะกล้ามเนื้อช่างดูสวยงาม อยากให้เป็นอย่างงี้ตลอด แต่พอเลิกเล่นหรือตื่นมาอีกวัน กล้ามเนื้อก็ดูธรรมดา เหตุผลที่กล้ามเนื้อดูปูดโปนด้วยเส้นเลือด ซึ่งดูแล้วทมึน ดูกล้ามแกร่งก็คือ
1.เวลาเวิร์คเอาต์ หัวใจคุณจะเต้นแรงขึ้นและแข็งแรงขึ้น ส่งผลให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงขึ้น หลอดเลือดดำ และหลอดเลือดแดง มีเลือดฉูบฉีด

2.ความดันที่เพิ่มขึ้นในหลอดเลือดผลักดันน้ำให้ไหลออกจากกล้ามเนื้อที่กำลังหดตัว เข้าไปแทรกตามที่ว่างซึ่งมีพังผืดโอบรัดอยู่

3.น้ำทำให้ช่องว่างเหล่านั้นมีขนาดใหญ่และหนาแน่นขึ้น
4.ผลที่ตามมาก็คือ หลอดเลือดจะถูกดันออกมาใกล้กับผิวหนัง จนดูเหมือนปูดโปน และยังคงอยู่อย่างนั้นราวๆ 30 นาที หลังการเวิร์คเอาต์ เมื่อความดันโลหิตลดลง และน้ำไหลกลับสู่กล้ามเนื้อ

วันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2553

กินเวย์ โปรตีน กับครีเอทีนให้ได้ผล


สำหรับชีวิตประจำวันของหนุ่มนักเล่นกล้าม อาจไม่มีเวลามานั่งเตรียมอาหารมาก ทางเลือกที่หนุ่มรักกีฬาทั่วไปนิยมทำก็คือ การรับประทานเครื่องดื่มผสมเวย์โปรตีนจากนม (ลักษณะจะคล้ายๆนมผงทั่วๆไป แต่มีส่วนประกอบของโปรตีนสูงกว่า ราคาแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับคุณภาพของโปรตีน และไขมันในเวย์แต่ละยี่ห้อ วิธีใช้จะง่ายมาก เพียงแค่ตัก ผงเวย์ ผสมกับเครื่องดื่ม น้ำผลไม้ หรือน้ำเปล่า ดื่มทั้งก่อนและหลังเล่น มีข้อดีคือ ดูดซึมได้เร็วกว่า และดีกว่าอาหารทั่วไป เพราะไม่ต้องเสียเวลาใช้พลังงานในการย่อยอาหาร ส่วนวิธีการรับประทาน ถูกต้องที่สุดจะดื่มระหว่างมื้อ เช่น ระหว่างข้าวเช้าและเที่ยง เราจะดื่มช่วง 9 โมง เพราะท้องว่างจะสามารถดูดซึมและไปใช้ได้ทันที
ส่วนครีเอทีน โมโนไฮเดรต นั้นวัตถุประสงค์ใช้ในการเพิ่มพละกำลังงาน
ในการเล่นกล้าม


เพื่อให้กล้ามเนื้อได้มีพลังงานสูงๆ ครีเอทีน โมโนไฮเดรต เป็นโปรตีนที่ร่างกายผลิตเองได้ และใช้เป็นแหล่งพลังงานโดยเฉพาะกล้ามเนื้อ ดังนั้น นักเพาะกาย หรือคนที่ต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้พัฒนาเร็วขึ้น จึงนิยมเสริมด้วยครีเอทีน ก่อนและหลังเล่น เพื่อให้เล่นกีฬาได้หนักหน่วงยิ่งขึ้น ผลที่ได้คือ การกระตุ้นกล้ามเนื้อที่มากขึ้น อย่างไรก็ดีไม่ควร ทานในปริมาณที่มากเกินไป หรือนานเกินไป จะทำให้สะสม มาก มีผลต่อตับและไต ที่มีหน้าที่ขับของเสีย จึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนใน กรณีที่ คนคนนั้น มีปัญหาเกี่ยวกับตับและไต แต่ในคนปกติ จะทานวันละ 3-5 มิลลิกรัม หรือปริมาณ1 ช้อนชา ซึ่งผสมกับเครื่องดื่มเช่นน้ำผลไม้หรือกินพร้อมกับ เวย์เลยก็ได้
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องอยู่ในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกาย ถ้ามากไปอาจทำให้ร่างกายรับสารเยอะเกินไปอาจเป็นผลร้ายมากกว่าผลได้ครับ